Sales Page เครื่องสำอาง แบรนด์ไหนชนะตีไข่แตกก่อน

Sales Page
 

เนื้อหา:

1. สกินแคร์ของ SK-II VS สกินแคร์ของ Srichan

2. รองพื้นของ Bobbibrown VS รองพื้นของ Clarins

3. มาสคาร่าของ DIOR VS มาสคาร่าของ CHANEL

4. ลิปสติกของ Mented VS ลิปสติกของ Chanel
 

การแข่งขันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับธุรกิจ ทุกการแข่งขันย่อมเกิดนวัตกรรมสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ ท่ามกลางแข่งขันที่ยิ่งทวีความรุนแรง ธุรกิจเหล่านั้นจะปรับตัวพัฒนากลยุทธ์เอาชนะคู่แข่งได้อย่างไร?
 

จากสถิติธุรกิจส่วนใหญ่ 80% ไม่มีข้อมูลลูกค้าเพียงพอที่จะสร้างแคมเปญการตลาดที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มยอดขาย ต่อยอดธุรกิจ สุดท้ายธุรกิจเหล่านั้นก็หายจากไปตามกาลเวลา
 

ต่อไปนี้คือตัวอย่าง Sales Page เครื่องสำอาง จากแบรนด์ดังทั่วทุกมุมโลก เขามีกลยุทธ์วิธีการนำเสนอขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์อย่างไร ให้เอาชนะใจกลุ่มเป้าหมาย เอาชนะคู่แข่งได้อย่างไม่เห็นฝุ่น เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนเราจะเปรียบเทียบหาจุดเด่นจุดด้อยแต่ละแบรนด์กันเป็นคู่ ๆ ดังนี้ 
 

ตัวอย่างท้ายสุดเห็นภาพได้ชัดเจนที่สุด


Sales Page เครื่องสำอาง ประเภทสกินแคร์


สกินแคร์ของ SK-II
 

Sales Page


สกินแคร์ของ Srichan
 

Sales Page


จุดประสงค์ของแบรนด์

SK-II - สกินแคร์เพิ่มความกระจ่างใสเพื่อผิวที่เปล่งออร่า
Srichan - สกินแคร์ตุนน้ำลึกล็อคผิวฉ่ำนาน 72 ชม.
 

สินค้า 2 แบรนด์นี้แก้ปัญหาเดียวกันแตกต่างที่การนำเสนอ
 

ความประทับใจแรกเข้า

Srichan ดึงดูดและสะกดสายตาผู้เข้าชมได้ดีกว่า ด้วยการใช้ภาพแบนเนอร์ โทนสี และขนาดตัวอักษร 
 

การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย

Srichan การนำเสนอปัญหาและวิธีการแก้ไขได้ชัดเจนและเข้าใจง่ายมากกว่า
 

การกระตุ้นการซื้อ

Srichan การจัดวางตำแหน่งปุ่มให้คลิกซื้อได้ดีกว่า น้อย เรียบง่าย ทรงพลัง
 

Sales Page ไหนจะตีไข่แตกก่อน?

Srichan ภาพรวมนำเสนอสินค้าและวิธีการแก้ปัญหาได้กระชับ ชัดเจน ฉลาดในการใช้ภาพกราฟฟิคคุณภาพสูง การใช้พรีเซนเตอร์ที่คนไทยรู้จัก ออกแบบเซลเพจเรียบง่าย ใช้ภาพเข้าใจง่าย ดึงดูดสายตาผู้เข้าชม 
 

เพิ่มเติม

ถึงแม้ Srichan จะมีข้อได้เปรียบคู่แข่งอยู่หลายจุด แต่สิ่งที่ SK-II ทำได้ดีกว่าคือการใช้ภาษาที่สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายเข้าใจง่ายกว่า แต่ทั้งสองแบรนด์ก็ยังมีจุดด้อยตรงการนำเสนอวิธีแก้ปัญหา เช่น ผิวแห้งผิวขาดน้ำสภาพผิวมีลักษณะอย่างไร? เพื่อผิวมีออร่าและกระจ่างใส่? เขามีปัญหา สาเหตุอะไรที่เขาต้องการผิวมีออร่าและกระจ่างใส?


Sales Page เครื่องสำอาง ประเภทรองพื้น
 

รองพื้นของ Bobbibrown
 

Sales Page


รองพื้นของ Clarins
 

Sales Page
 

จุดประสงค์ของแบรนด์
 

Bobbibrown - รองพื้นใหม่น้ำหนักเบาปกปิดผิวยาวนาน SPF-15 
Clarins - เผยผิวแลดูสวยใสไร้ที่ติยาวนานถึง 24 ชั่วโมง
 

ความประทับใจแรก

Bobbibrown ใช้ภาพนำเสนอที่เข้าใจง่ายและดึงดูดสายตากว่าแต่มีข้อเสียตรงพาดหัวด้วยอักษรภาษาอังกฤษ (เป็นข้อเสียถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็นคนไทย) 
 

การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย

Clarins ทำได้ดีกว่าตั้งแต่การสื่อสารด้วยการพาดหัว คุณสมบัติเด่นสินค้าที่เชื่อมโยงกับปัญหาที่ได้บอกไว้ตรงพาดหัว, การอ้างถึงจำนวนผู้ที่ทดลองใช้สินค้า, การอธิบายว่าสินค้าสามารถแก้ปัญหาอะไรบ้างได้บ้าง รวมถึงการนำเสนอรายละเอียดการเลือกรองพื้นให้เหมาะกับสีผิว 
 

การกระตุ้นการซื้อ CTA

Clarins ทำได้ดีกว่า ตรงการใช้ปุ่มตำแหน่งและจังหวะการคลิกซื้อ
 

Sales Page ไหนจะตีไข่แตกก่อน?

Clarins ทำได้ดีกว่า ตรงการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายการนำเสนอปัญหาแและแนะนำสินค้า
 

เพิ่มเติม

ถึงแม้ Clarins ทำได้ดีแต่ยังไม่ดีพอ มีข้อบกพร่องเรื่องการสื่อสารด้วยภาพแบนเนอร์ที่ไม่ชัดเจนพอ รวมถึงการใช้ฟอนต์ที่เล็กและเยอะจนเกินไปทำให้สินค้าดูไม่เรียบง่าย ทรงพลัง


Sales Page เครื่องสำอาง ประเภทสมาสคาร่า
 

มาสคาร่าของ DIOR
 

Sales Page


มาสคาร่าของ CHANEL

 

Sales Page
 

จุดประสงค์ของแบรนด์
 

Dior - New Diorshow Pump ’N’ Volume Hd ช่วยเพิ่มวอลลุ่มรอบดวงตาให้ดูชัดขึ้นแบบ HD

Chanel - Le Volume Stretch De Chanel เพื่อขนตาที่หนา งอน ยาว โดยใช้อุปกรณ์ 3D
 

ความประทับใจแรก

Chanel ให้ความรู้สึกประทับใจแรกเข้าได้ดีกว่า ในแง่ของความแปลกใหม่และความคิดสร้างสรรค์ด้วยการใช้ภาพพรีเซนเตอร์ในรูปแบบ 3D 
 

การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย

Chanel นำเสนอจุดเด่นสินค้าได้ชัดเจนคือ มาสคาร่า 3D ที่ช่วยให้ขนตาหนา งอน ยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมทั้งเสนอรูปแบบการแต่งหน้าที่แตกต่างกันเมื่อใช้มาสคาร่า 3D
 

การกระตุ้นการซื้อ

Chanel ทำได้ดีมากด้วยการอธิบายสินค้าให้คลิกซื้อ การแสดงตัวอย่างการแต่งหน้าให้คลิกซื้อ หรือการเสนอขายสินค้าแบบตรงไปตรงมา
 

Sales Page ไหนจะตีไข่แตกก่อน?

Chanel เป็นเซลเพจที่สมบูรณ์แบบที่สุดจากทั้งหมดที่ยกตัวอย่างมา ในแง่ของตัวสินค้า วิธีการนำเสนอขายสินค้า รวมถึงความละเอียดอ่อนในการใช้ภาพพรีเซนเตอร์ที่เข้าถึงฐานลูกค้าได้กว้างกว่า ด้วยเห็นผลนี้ Chanel จึงทิ้งห่าง Dior อย่างไม่เห็นฝุ่น


Sales Page เครื่องสำอาง ประเภทลิปสติก
 

ลิปสติกของ Mented
 

Sales Page
 

ลิปสติกของ Chanel

 

Sales Page


จุดประสงค์ของแบรนด์

Mented - ลิปสติกที่เหมาะกับสีผิวคุณไม่ว่าสีผิวของคุณจะเป็นอย่างไรก็ตาม
Chanel - ลิปสติกที่ให้ความชุ่มชื่นตลอดวัน เฉดสีสดใสและสดชื่น สีติดทนนาน
 

ความประทับใจแรกเข้า

Chanel ด้วยการใช้ภาพสื่อสารที่ตรงไปตรงมา
 

การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย

ทั้งสองแบรนด์มีวิธีการนำเสนอสินค้าให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน

Mented กลุ่มเป้าหมายผิวสีแทนต้องสินค้าแก้ปัญหาเรื่องการเพิ่มความมั่นใจในการแต่งหน้าเลือกลิปสติกให้ถูกกับเฉดสีผิว ช่วงอายุกลุ่มเป้าหมายอาจจะเป็นวัยทำงาน

Chanel ช่วงอายุกลุ่มเป้าคือวัยรุ่นผิวขาวต้องการลิปสติกที่สดใส สีติดทนนาน
 

การกระตุ้นการซื้อ 

การนำเสนอวิธีแก้ปัญหา หรือการย้ำปัญหาก่อนให้มีการคลิกซื้อ ทั้งสองแบรนด์ทำได้ดี
 

Sales Page ไหนจะตีไข่แตกก่อน?

คุณผิวขาวหรือผิวแทน? วัยเรียนหรือวัยทำงาน? อายุเท่าไหร่? จะเลือกซื้อจาก Sales Page ไหน? ผู้อ่านคงมีคำตอบอยู่ในใจเดาได้ไม่ยาก

Mented และ Chanel นำเสนอขายสินค้าได้เฉพาะเจาะจงกับกลุ่มเป้าหมายมาก แก้ปัญหาให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดอย่างลึกซึ่ง เฉียบขาดทั้งคู่
 

บทสรุป
 

ท่ามกลางการแข่งขันธุรกิจในโลกออนไลน์อย่างดุเดือนและรุนแรง แต่ละธุรกิจมีกลยุทธ์ชนะคู่แข่งได้อย่างไร ตัวอย่างข้างต้นทำให้เรามองภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างผลิตภัณฑ์อย่างเดียวยังไม่พอ หัวใจสำคัญคือกลุ่มเป้าหมาย ต้องข้าใจและรู้จักเขาเป็นอย่างดี สิ่งนี้ทำให้คุณทิ้งห่างคู่แข่งได้อย่างไม่มีข้อสงสัย


บทความที่เกี่ยวข้อง:

รับทํา Sales Page, ออกแบบ Sales Page การันตีคุณภาพรับประกันคืนเงิน 100% เต็ม

“ถ้าต้องการสร้างองค์กรที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาว เวลาคุณปิดการขายไม่ได้ ให้เปิดความสัมพันธ์กับลูกค้าแทน”

– Patricia Fripp